Showing posts with label เดินทาง. Show all posts
Showing posts with label เดินทาง. Show all posts

10 เคล็ด(ไม่)ลับ จองที่พักออนไลน์ให้คุ้มค่าสูงสุด

Tickets.co.th 

21 มิถุนายน 2559

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเป็นกันบ้างละ อยากไปเที่ยว แต่เก็บเงินไม่ถึงสักที หรือบางทีก็งบบานปลายอีกแล้ว ซึ่งหนึ่งในสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับทริปการเดินทางที่ส่งผลต่องบเที่ยวของเราด้วย นั้นก็คือที่พัก โดยมากเหล่าที่พักและโรงแรมมักจะมีการปรับเรทราคาขึ้นกันในแต่ละปี และนั้นคงเป็นคำถามในใจว่าจะมีวิธีทำการยังไงที่จะจองห้องพักได้เรทที่ดีที่สุด เรามีเกร็ดข้อมูลดี ๆ จาก Hotels.com ที่แนะเคล็ด(ไม่)ลับ มาฝากกัน...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. เลือกช่วงเวลาในการจองและเข้าพัก
โดยส่วนใหญ่การจองล่วงหน้าจะได้ราคาที่ถูกกว่า แต่ในทางกลับหากคุณเป็นคนที่ชอบจองในวินาทีสุดท้าย ก็อาจจะได้ราคาที่ถูกกว่าเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามแนะนำว่าการจองล่วงหน้าจะดีที่สุด และถ้าเป็นไปได้เปลี่ยนไปเที่ยวในวันธรรมดาที่คนไม่เยอะ ก็จะได้ราคาที่ถูกกว่ามากโดยเฉพาะการจองวันอาทิตย์-จันทร์ ส่วนวันที่ราคาสูงที่สุดคือวันศุกร์และเสาร์นั่นเอง

2. เลือกที่ตั้งของที่พักให้เหมาะสม
ควรเลือกที่พักให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ในการเดินทาง โดยหากมีแผนเดินทางไปทำงาน ทางที่ดีควรจองที่พักในย่านที่เดินทางสะดวกหรืออยู่ใกล้กับสถานที่ประชุมเพื่อประหยัดค่าเดินทาง ส่วนการเดินทางไปท่องเที่ยวนั้น การจองที่พักที่ไม่อยู่ในใจกลางเมือง หรือไม่อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อาจต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่จะช่วยให้ได้ห้องพักที่มีราคาถูกลง ห้องใหญ่ขึ้น และมีความสงบมากกว่า ซึ่งแน่นอนราคาอาหาร ของฝาก และเครื่องใช้ต่างๆ มักจะถูกกว่าในเมืองอีกด้วย

3. ตัดบริการเสริมที่ไม่จำเป็น
ทางโรงแรมอาจนำเสนอบริการเสริมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าพัก ทำให้หลายครั้งราคาที่เราเห็นในตอนแรก อาจเพิ่มขึ้นเมื่อมีการกดจอง คุณจึงควรตรวจดูให้มั่นใจก่อนชำระเงินว่ามีค่าบริการเสริมที่ไม่ต้องการหรือไม่ เช่น Wi-Fi (บางโรงแรมมีการคิดค่าใช้จ่าย) อาหารเช้า บริการรถรับ-ส่งจากสนามบิน บริการเช็คเอาท์เกินเวลา เป็นต้น คุณจะได้จ่ายเฉพาะสิ่งที่ต้องการใช้จริงๆ

4. ใช้โปรแกรมพิเศษสำหรับสมาชิกให้คุ้ม
โปรแกรมพิเศษสำหรับสมาชิกหรือ Loyalty program เป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม เพราะมักสนใจแต่เรื่องราคา จนลืมไปว่าสามารถช่วยประหยัดค่าโรงแรมได้เพิ่มขึ้นจริงๆ เช่น โปรแกรม Hotels.com Rewards ที่เมื่อจองห้องพักผ่าน Hotels.com และพักครบ 10 คืนแล้ว ก็รับสิทธิ์พักฟรี 1 คืนทันที ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการท่องเที่ยวครั้งต่อไป และช่วยลดค่าห้องพักลงได้แบบเห็นๆ

5. ท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่น
หากคุณมีการวางแผนที่ดี การท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นก็สามารถสร้างความประทับใจได้ไม่แพ้กัน เพราะคุณจะไม่ต้องเจอกับกองทัพนักท่องเที่ยว และที่สำคัญยังได้ที่พักในราคาไม่แพงเพื่อเก็บเงินไว้สำหรับช้อปปิ้ง เช่น การเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อนจะมีเทศกาลเยอะกว่าในช่วงอื่นๆ เช่น เทศกาลดอกไม้ไฟริมแม่น้ำสุมิดะ ในกรุงโตเกียว และเทศกาลฮากาตะ กิออน ยามางาเซะ ในฟุกุโอกะ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม หรือการเที่ยวเวียดนามในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม จะมีข้อดีคือนักท่องเที่ยวไม่เยอะและรถไม่ติด โดยอาจจะมีฝนบ้างแต่ก็ไม่ได้ตกตลอดทั้งวัน และเทคโนโลยียุคใหม่ช่วยให้คุณตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าได้หลายเดือน

6. สอบถามข้อมูลจากพนักงานโรงแรม
หลายคนมักมองข้ามสิ่งของเครื่องใช้ที่ทางโรงแรมจัดให้ฟรีกับผู้เข้าพัก เพราะบางโรงแรมนอกจากจะจัดสิ่งของพื้นฐาน เช่น สบู่ แชมพู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ไว้ให้ในห้องพักแล้ว ยังมีของอีกหลายอย่างที่เราอาจจะไม่เห็นในห้องพัก แต่ทางโรงแรมสามารถจัดหาให้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น มีดโกนหนวด หัวแปลงปลั๊กไฟ และปลั๊กพ่วง เป็นต้น จึงเป็นการดีที่จะลองสอบถามจากพนักงานของโรงแรมดูก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อเพิ่ม

7. สมัครรับข่าวสารและโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
การสมัครเป็นสมาชิกจะทำให้คุณได้รับข่าวสารหรือโปรโมชั่นดีๆ ก่อนใคร ซึ่งหลายครั้งยังเป็นส่วนลดที่ให้สำหรับผู้สมัครรับข่าวสารเท่านั้น เช่น 'Secret Prices' หรือราคาลับที่ Hotels.com จะส่งให้กับสมาชิกทางอีเมลโดยเฉพาะ และเป็นราคาที่หาไม่ได้จากการจองแบบปกติ จึงช่วยให้คุณประหยัดกว่าเดิมแน่นอน

8. ดูความแน่นอนในการเดินทาง
หากคุณมั่นใจว่าแผนการเดินทางมีความแน่นอนแล้ว การเลือกจองแบบปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกไม่ได้จะช่วยให้คุณได้ที่พักในราคาถูกกว่าปกติ แต่หากมีแผนการเดินทางที่ยังไม่แน่นอน ควรเลือกจองแบบยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินฟรีหากมีการปรับเปลี่ยนกะทันหัน โดยปัจจุบันการจองห้องพักออนไลน์สามารถยกเลิกได้ฟรีภายในวันที่กำหนด โดยค่าห้องพักจะแพงขึ้นเล็กน้อยแต่ก็คุ้มค่า

9. การรับประกันราคาที่ดีที่สุด
หลายคนอาจมีประสบการณ์ว่าเมื่อจองห้องพักแล้ว กลับพบราคาที่ถูกกว่าในเว็บไซต์อื่น ทางแก้คือการเลือกจองจากเว็บไซต์ที่มีนโยบายรับประกันราคาที่ดีที่สุด เช่น Best Price Guarantee ของ Hotels.com ที่รับประกันว่าเมื่อจองโรงแรมแล้ว หากคุณพบราคาที่ถูกกว่าสำหรับการเข้าพักในวันเดียวกันและห้องพักแบบเดียวกัน ก็สามารถขอรับเงินส่วนต่างคืนได้ทันที

10. สิ่งอำนวยความสะดวกในที่พักที่พัก
หลายแห่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น คุณจึงไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อเพิ่มหรือพกใส่กระเป๋าไปให้หนัก โดยนอกเหนือจากอุปกรณ์พื้นฐานอย่าง แชมพู ครีมนวดผม สบู่ และไดร์เป่าผม ที่ปกติจะมีให้แล้ว บางโรงแรมยังมีที่หนีบผม ชุดนอน รองเท้าแตะ หรือแม้กระทั่งเมนูหมอนขนาดต่างๆ ให้เลือกอีกด้วย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ท้ายสุด แต่เป็นอีกสิ่งจำเป็นลำดับต้น ๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน นั้นก็คือตั๋วเดินทาง หากเป็นตั๋วเครื่องบิน จองล่วงหน้าหน่อย ซึ่งอาจมีโปรโมชั่นสำหรับจองการเดินทางล่วงหน้า ก็จะได้ราคาที่น่าพึงใจ แถมทำเวลาเดินทางได้ดีที่สุด แต่ถ้าไม่รีบเดินทางนัก แถมราคาตั๋วคงที่ทุกช่วงฤดูกาล ไม่ต้องคอยเกาะติดสนามข่าวราคาโปรโมชั่น แข่งขันทำการจองดึกดื่นขอบตาดำเพื่อช่วงชิงราคาโปร ก็เลือกเดินทางโดยรถไฟ หรือรถทัวร์ ซึ่งปัจจุบันก็มีการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกมารองรับกันค่อนข้างดีขึ้นทีเดียว อีกทั้งยังสามารถจองตั๋วที่นั่งและจ่ายเงินผ่านออนไลน์ได้ง่าย ๆ ซึ่ง Tickets เราก็ให้ความสะดวกในการจองออนไลน์แบบเดียวกัน แต่เราให้ความคุ้มค่าแก่ลูกค้ามากขึ้น ด้วยการขายราคาตั๋วโดยสารในราคาเดียวกับที่ขายหน้าเคาน์เตอร์ของบริษัทรถทัวร์ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากความสะดวกแล้ว เรารับประกันราคาที่ดีที่สุดให้คุณ!

ข้อมูลจาก Hotels.com และ Newswit



เดินทางทั่วไทย จองไปกับ Tickets.co.th

ชวนไปแอ่วกั๋นวันธรรมดา @ แพร่ น่าน อุตรดิตถ์

Tickets.co.th 

8 มิถุนายน 2559

Tickets มีข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวชวนร่วมสนุกมาบอกต่อค่ะ....ทางททท. สำหนักงานแพร่ชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ มาเที่ยววันธรรมดาที่ 3 จังหวัด ภาคเหนือ: แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พร้อมทั้งยังได้ลุ้นรับของที่ระลึกติดไม้ติดมือไว้ใช้สอยฟรี ๆ .....รายละเอียดการร่วมสนุกตามข้างล่างนี้เลยค่ะ
>อยากจะบอกว่าเมืองเล็ก ๆ นี้ มีของดีซ่อนตัวอยู่นะจ๊ะ<
เคลียร์งาน จัดเวลา จองตั๋ว ขอลาวันธรรมดาสักประเดี๋ยว เพราะเที่ยววันธรรมดา เที่ยวง่าย เที่ยวสบาย สุขใจ สบายกระเป๋า....จัดไปโลดเลยค๊า
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมในโครงการ “ไปแอ่วกั๋นวันธรรมดา @ แพร่ น่าน อุตรดิตถ์” โดยออกเดินทางมาเที่ยวแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ในวันธรรมดา และรับของที่ระลึกสุดเก๋ “กระเป๋าเดินทาง ไปแอ่วกั๋นวันธรรมดา ททท.สำนักงานแพร่” สำหรับ 150 ท่านแรก ตั้งแต่บัดนี้ – สิงหาคม 2559


พฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่ จะนิยมออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลประเพณีที่มีวันหยุดยาวๆ ที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างแออัดยัดเยียด ต้องแย่งกันสำรองที่นั่ง การจราจรติดขัด ห้องพักและร้านอาหารเต็ม 

นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ททท.สำนักงานแพร่ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา ในชื่อว่า “ไปแอ่วกั๋นวันธรรมดา @ แพร่ น่าน อุตรดิตถ์” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระจายการเดินทางท่องเที่ยวมายังจังหวัดแพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ ในช่วงวันธรรมดาให้เพิ่มมากขึ้น โดยได้มีการจัดทำแผ่นพับแนะนำ “ไปแอ่วกั๋นวันธรรมดา @ แพร่ น่าน อุตรดิตถ์” ขึ้น ซึ่งในแผ่นพับจะแนะนำ 8 เส้นทางท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดที่เหมาะสมต่อการเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา นอกจากนั้นแล้ว ยังจัดทำคูปองส่วนลดเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยววันธรรมดา ได้ไปใช้บริการด้วย

วันธรรมดา ในที่นี้หมายถึงวันจันทร์ – วันพฤหัสบดี (ที่ไม่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์) นักท่องเที่ยวจะสามารถไปใช้บริการที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า ของที่ระลึก ร้านกาแฟ จำนวนกว่า 31 แห่งใน 3 จังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ โดยนำคูปองไปแลกส่วนลด และเมื่อรับส่วนลดแล้ว สามารถขอรับสติกเกอร์จากสถานประกอบการที่ท่านรับบริการแล้วติดสติ๊กเกอร์ลงบนคู่มือไปแอ่วกั๋นวันธรรมดา @ แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สำหรับ 150 ท่านแรก ที่สะสมสติ๊กเกอร์ จำนวน 2 ดวง จาก 3 จังหวัด (แพร่ น่าน อุตรดิตถ์) จะมีสิทธิ์ได้รับของที่ระลึกเป็น “กระเป๋าเดินทาง ไปแอ่วกั๋นวันธรรมดา ททท.สำนักงานแพร่” โดยให้เขียน ชื่อ – สกุล และที่อยู่ เพื่อใช้ในการจัดส่งของที่ระลึกให้ครบถ้วน และฉีกออกจากคู่มือแล้วติดแสตมป์ จำนวน 3 บาท ส่งมายัง ททท.สำนักงานแพร่ ซึ่งจะจัดส่งของที่ระลึกให้ฟรี (ส่งเพื่อรับของที่ระลึกตั้งแต่บัดนี้ – สิงหาคม 2559 ) หรือหากสะดวกสามารถเดินทางมารับด้วยตนเอง ที่ ททท.สำนักงานแพร่

ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ของที่ระลึก สำหรับ 150 ท่านแรกเท่านั้น นอกจากนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่สะสมสติกเกอร์ ครบทั้ง 3 ดวง 3 จังหวัด (แพร่ น่าน อุตรดิตถ์) ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลพิเศษ ฟรี (สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน ต่อ 1 รางวัล) และจับรางวัลพิเศษในวันที่ 5 กันยายน 2559 (ประกาศผลทาง FACEBOOK / TATPHRAE) นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อรับคู่มือไปแอ่วกั๋นวันธรรมดา @ แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ และสมุดฉีกส่วนลดได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ และพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการ

ททท.สำนักงานแพร่ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจร่วมกิจกรรม “ไปแอ่วกั๋นวันธรรมดา @ แพร่ น่าน อุตรดิตถ์”ตั้งแต่บัดนี้ – สิงหาคม 2559 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่โทรศัพท์ 0 5452 112

https://www.facebook.com/tat.phrae 

Tickets.co.th จองตั๋วรถทัวร์ และเรือเฟอร์รี่ออนไลน์ที่ง่าย และคุ้มค่าที่สุด

นครชัยแอร์ ผนึกโรงแรม-ร้านอาหาร มอบสิทธิพิเศษลูกค้า ลดสูงสุด 50%

Tickets.co.th 

26 พฤษภาคม 2559

นครชัยแอร์ จับมือโรงแรม-ร้านอาหาร ครอบคลุมเส้นทางเดินรถของนครชัยแอร์ นำร่อง นครพนม หนองคาย อุดรธานี รวมทั้งสิ้นกว่า 70 แห่ง บริการครบวงจร พร้อม มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า ลดสูงสุด 50% 

100 เทรนด์โลกต้อง “ดู” สู่ 10 เทรนด์ร้อนแรงของไทย

Tickets.co.th 

11 กุมภาพันธ์ 2559



ในด้านท่องเที่ยวก็เช่นกัน แนวโน้มของพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มนักเดินทางนักท่องเที่ยว ก็แตกต่างกันไปในแต่ละปีจากปัจจัยต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิด ส่งผลต่อรูปแบบและกระแสการท่องเที่ยวให้เปลี่ยนแปลงตามกันไป แน่นอนว่านี้จึงเป็นอีกแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการแวดวงท่องเที่ยวที่ต้องคอยอัพเดทจับตาไว้เช่นกัน เพราะมีส่วนช่วยในการวางแผน ปรับปรุง และกำหนดทิศทางของธุรกิจและบริการของท่านได้ 

ณ ปัจจุบันนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปไกลและเข้ามามีบทบาทมาก จึงเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยทรงพลังที่ทำให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไป จนผู้ประกอบการเรา ๆ เองอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องปรับรูปแบบการบริการเพื่อตอบสนองต่อวิถีที่เปลี่ยนไป ทีนี้เราลองมาดูเทรนด์คาดการณ์โดย เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน อินโนเวชั่น ที่ให้ข้อมูลวิเคราะห์ค่อนข้างเชิงลึกและมองเห็นภาพว่าเทรนด์อะไรที่น่าจับตาและสอดคล้องกับการท่องเที่ยวในไทยกันบ้าง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน อินโนเวชั่น กรุ๊ป (J. Walter Thompson’s Innovation Group) หน่วยธุรกิจที่ปรึกษาด้านการศึกษาและคาดการณ์แนวโน้มภายใต้ เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน อินเทลลิเจนซ์ (J. Walter Thompson Intelligence) เปิดเผยผลการสำรวจ Future 100: Trends and Change to Watch in 2016  หรือ “100 เทรนด์แห่งอนาคต: แนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงที่ต้องจับตาในปี 2016” บทวิเคราะห์และข้อมูลเชิงลึกล่าสุดเกี่ยวกับเทรนด์ที่น่าสนใจและการเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังดำเนินไปในปี 2016

ทั้งนี้จาก 100 เทรนด์ทั่วโลกที่โดดเด่นถูกคัดเลือกให้เหลือ 10 เทรนด์ความสอดคล้องกับเทรนด์ในประเทศไทย ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสให้กับแบรนด์ นักการตลาด และนักโฆษณา นำเอาไปเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียพัฒนาสินค้าหรือวิธีการสื่อสาร หรือแม้กระทั่งโอกาสธุรกิจใหม่ๆ

วัฒนธรรม (Culture)
Gen-Z’s Responsible Icons : ไอคอนของคนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมตามแบบฉบับเจเนอเรชั่นซี 
ผู้คนในยุคมิลเลนเนียลชื่นชมไอคอนที่โด่งดังจากเรียลลิตี้ทีวี แต่คนเจนซี (Gen-Z) หรือเจเนอเรชั่นซีกลับต้องการไอคอนที่แตกต่าง เพราะพวกเขามีความตระหนักรู้ หัวก้าวหน้า และเห็นอกเห็นใจผู้อื่นสูง และเติบโตมาในยุคที่มีการยอมรับความหลากหลายของผู้คนมากขึ้น  เช่น Malala Yousefsai  เด็กผู้หญิงที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากการต่อสู้เรื่องการศึกษาและสิทธิสตรี  หรือ Jazz Jennings นักต่อสู้วัย 14 ปี เพื่อสิทธิคนแปลงเพศ

ส่วนเทรนด์นี้ในประเทศไทย เจเนอเรชั่นซีก็เป็นกลุ่มคนที่สามารถมองเห็นโอกาสรอบๆตัว และนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วไปอีกทั้งสร้างชื่อเสียงที่ประสบความสำเร็จได้ ยกตัวอย่างเช่น “จัสมิน” พิมรา สีดอกบวบ ไอดอลสาวมุสลิม เศรษฐีรุ่นเยาว์เจ้าของเครื่องสำอางฮาลาล “พิมมารา” (PIMMARA) แบรนด์ยอดนิยมของสาวมุสลิมในภาคใต้เจ้าแรกของประเทศไทย หรือ “ม๊าเดี่ยว” อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ นางแบบเพศที่สองและสไตลิสต์แห่งโลกโซเชียลที่แทรกการนำเสนอวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสานออกมาในงานสร้างสรรค์ และสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่บ้านเกิดของตนไปถึงต่างประเทศ

1. เทรนด์ด้านวัฒนธรรม (Cultural trend):
ภาพการประชดประชันที่เผยถึงยุคหลังฮิปสเตอร์ (Post-Hipster Visual Irony)

ภาพศิลป์เชิงดิบสไตล์ฮิปเตอร์ที่เป็นที่นิยมในยุคมิลเลนเนียลได้ปลุกเร้าให้เกิดอีกกระแสศิลปะล้อเลียนในโลก โซเชียล ซึ่งแสดงออกมาในส่วนของเมนูอาหารและเครื่องดื่ม อาทิ อินสตาแกรม @thisismold และ @bananagrafitti ที่อาหารถูกนำมาแกะสลักเป็นงานศิลป์แบบ Surreal หรือระบายภาพการ์ตูนลงไป

ในขณะที่เมืองไทย ก็มีการนำกระแสฮิปสเตอร์มาประชดประชันเช่นกัน อาทิ “ยายบัว Hipster” คุณแม่วัย 70 ปีที่มาเป็นนางแบบให้ลูกสาวได้กดชัตเตอร์ภาพถ่ายเก๋ ๆ ที่แฝงไว้ด้วยความน่ารัก ดูแล้วต้องยิ้มตามในเฟสบุ้ค Fiadar Photography หรือผลงานชุด “ลุงชัยเป็นคนชิคๆ” ที่มีการแชร์กันมากมายในโลกโซเชียล ซึ่งเอาคุณลุงชาวนามาเซ็ทถ่ายทำในอิริยาบถตามไลฟสไตล์ของฮิปสเตอร์ในแบบชวนขำ

2. เทรนด์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology + Innovation trend)
มหาวิทยาลัยออนไลน์ (Online University)
การเรียนรู้ออนไลน์กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากค่าเล่าเรียนของสถาบันการศึกษาเริ่มพุ่งสูงขึ้น และสถานศึกษาแบบดั้งเดิมเริ่มถูกตั้งคำถาม ประกอบกับความพร้อมของสาธารณูปโภคด้านไอทีที่มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างการจัดตั้ง Silicon Valley ที่เป็นแหล่งรวมธุรกิจ Start-up และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ซึ่งรูปแบบดังกล่าวก็ท้าทายการศึกษาแบบเดิมที่เหมือนเก็บสงวนไว้ให้กับคนเฉพาะกลุ่มเนื่องจากมีคนจำนวนน้อยจากจำนวนมากได้เข้าศึกษา ตัวอย่างเช่น Minerva Schools เป็นโรงเรียนที่ผสมผสานการเรียนรู้แบบออนไลน์และประสบการณ์จากโลกจริงเข้าไว้ด้วยกัน โดยนอกเหนือจากบทเรียนที่ได้จากออนไลน์ นักเรียนยังต้องออกไปหาความรู้ในเจ็ดประเทศหลักในสี่ทวีปก่อนที่จะได้รับปริญญา ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนเอาทุนทรัพย์ที่ต้องมานั่งเรียนไปเรียนรู้โลกจริงๆ

สำหรับในประเทศไทย เริ่มมีการถกเถียงที่ถูกขยายวงกว้างถึงแนวคิดที่เรียกว่า “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เพื่อส่งเสริมการจัดระบบการเรียนรู้ให้นักเรียนแสวงหาการเรียนรู้ด้วยตนเองจากแหล่งต่างๆ ที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน อาทิ อินเตอร์เน็ท แทบเล็ต และสมาร์ทโฟน ฯลฯ ที่ทำให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนได้ โดยที่ผ่านมาหลายๆ สถานศึกษาในประเทศไทยก็ได้ดำเนินการไปแล้ว ตัวอย่างต่างๆ ได้แก่
– หน่วยงานการศึกษาต่างๆ ของไทยที่เริ่มสร้างแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ขององค์กรเอง อาทิ เพื่อการสอบบรรจุราชการ การสอบบรรจุครู หรือเว็บ ถามครู.com ที่เป็นความรู้จากครูที่ให้แก่ผู้ปกครองเพื่อแนะนำการดูแลบุตรหลานเพื่อการพัฒนาเด็ก
– เว็บ LangFight.Com ที่มีการพัฒนาต่อยอดเป็นแอพลิเคชั่น โดยเป็น Free Online Learning Community ที่ผู้ใช้สามารถเรียนรู้ภาษาและอัดเสียงตัวเองเพื่อให้ผู้ใช้คนอื่นช่วยให้คะแนน
– มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งผลิตชาวนาชั้นครูของประเทศ เพื่อเป็นผู้ฝึกอบรมและเผยแพร่ความรู้การทำนาตามมาตรฐานกรมการข้าวและสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพและคุณค่าโภชนาการทางสารอาหาร ปลอดสารเคมี และมีรสชาติ

3. เทรนด์ด้านการเดินทางและบริการท่องเที่ยว (Travel + Hospitality trend)
การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sportspitality)

แบรนด์สุขภาพชั้นนำเริ่มขยายโครงสร้างทางธุรกิจตอบรับความนิยมรักษาสุขภาพและมุ่งไปที่เรื่องของ การท่องเที่ยว ซึ่งทำให้โรงแรมไม่สามารถมองฟิตเนสเป็นแค่บริการเสริมอีกต่อไป แต่ต้องผสานเข้าไว้กับธุรกิจเพื่อมอบบริการหรูเพื่อสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าที่ใส่ใจเรื่องของสุขภาพ  ตัวอย่างเช่น แบรนด์ยิมระดับโลกอย่าง Equinox ได้ขยายธุรกิจสู่การท่องเที่ยว โดยมีแผนจะเปิดโรงแรมสำหรับนักเดินทางที่ยังอยากคงการฟิตหุ่นแม้เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ถึง 75 แห่งทั่วโลก หรือแบรนด์จักรยานอย่าง SoulCycle ก็จับมือกับเครือสตาร์วูดเปิดอาคารเพื่อให้บริการในไมอามีเช่นกัน

สำหรับในประเทศไทยก็มีโรงแรมอย่าง Absolute Sanctuary ที่เกาะสมุย ที่เน้นจุดขายจากจุดเริ่มต้นอย่างเรื่องของโยคะ โดยผสมผสานโรงแรมที่ตกแต่งสไตล์โมรอคโคเข้ากับโปรแกรมการบริการที่เน้นเรื่องของการฟื้นฟูสุขภาพ และโรงแรมระดับหรูอื่นๆ อย่าง ชีวาศรม, พอยต์ ยามู บาย โคโม, โซเนว่า คีรี, คามาลายา ก็มีบริการฟิตเนส โปรแกรมนำเสนอด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ บริการล่องเรือท่องเที่ยวของ Silver Cruise ผสมผสานการออกไปท่องโลก กับโปรแกรม Wellness อย่างโยคะ ยืดเส้น พิลาทีส ออกกำลังกายในน้ำ ฟิตเนสแบบ Technogym เมนูอาหารสุขภาพ และการให้คำปรึกษาสุขภาพบนเรือ ตลอดจนสปา

4. เทรนด์ด้านการตลาดและแบรนด์ (Marketing + Brand trend)
การคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าอาวุโส (Global Ageless Society)
เทรนด์การคำนึงถึงความต้องการของผู้สูงอายุวัยเกษียณ หรือกลุ่ม Baby Boomer เป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจในประชากรกลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่มีแนวโน้มการใช้จ่ายที่มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นในแถบตะวันออกกลางหรือทวีปแอฟริกาเหนือ ลูกค้ากลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปต้องการการสินค้าเฉพาะกลุ่มที่ละเอียดอ่อนเช่นเดียวกับลูกค้าวัยอื่นๆ และต้องการสินค้าที่หลากหลายเช่นกัน

สำหรับในประเทศไทยมีการตื่นตัวเรื่องสินค้าและบริการเพื่อผู้สูงอายุในระยะสองสามปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดความท้าทายและโอกาสทางการตลาดที่จับกลุ่มลูกค้าอาวุโสผู้มีรายได้สูง มีพลังการจับจ่ายสูง และมีความหลากหลาย
ตัวอย่างสินค้าและบริการที่เจาะกลุ่มผู้บริโภคหลังเกษียณในประเทศไทย
– LINE แชตแอพพลิเคชั่นชื่อดังที่พยายามสื่อสารการตลาดกับกลุ่ม Baby Boomer ด้วยการเล่าเรื่องราวที่ทำให้พวกเขาสามารถถ่ายทอดความรู้สึกและได้ใกล้ชิดกับกลุ่มเด็กรุ่นใหม่อย่าง Gen X ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านการแชตและสติ๊กเกอร์ของ LINE
– บริษัทประกันชีวิตเกือบทุกเจ้าในปัจจุบันที่เน้นให้การดูแลลูกค้ากลุ่มอาวุโสมากขึ้น
– ร้านสะดวกซื้อชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Lawson 108 ที่ให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพเพื่อกลุ่มผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในเมืองที่ชีวิตวุ่นวายจนไม่มีเวลาทำอาหาร

5. เทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม (Food + Drink trend)
เทรนด์จังค์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ (Natural Junk)

แบรนด์ต่างๆ เริ่มให้ความสนใจการนำเสนออาหาร Junk Food ที่ใช้ส่วนผสมธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลักมากขึ้น อาทิ Hershey บริษัทผลิตช็อกโกแลตชื่อดังได้ประกาศเมื่อปลายปี 2015 ว่าช็อกโกแลตนมแบบแท่งและช็อกโกแลต Kisses จะผลิตโดยปราศจากการดัดแปลงจากพันธุกรรม (GMO-Free) ซึ่งเป็นที่จับตามองของบริษัทผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่ควรคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าในปัจจุบันที่ต้องการส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

ปัจจุบันคนไทยนิยมบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพกันมากกว่าแต่ก่อน และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพนี้ แบรนด์ต่างๆ เริ่มมองหาวัตถุดิบที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกผิดน้อยลงเวลาที่ทานอาหารที่ดูจะไม่ค่อยดีกับร่างกายมากนัก
ตัวอย่างร้านและสินค้าในเมืองไทยที่เริ่มนำ Natural Junk มาปรับใช้ (กินขนมแต่ไม่อ้วน)
– Theera คาเฟ่เพื่อสุขภาพที่สรรสร้างเบเกอรี่ในแบบ Gluten & Allergen Free คือไม่มีส่วนผสมของแป้งสาลีและวัตถุดิบที่ทำให้เกิดอาการแพ้
– Yofu Chips แบรนด์ขนมคบเคี้ยวของคนไทยที่ทำขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ใส่ในเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยผลิตอาหารทานเล่นจากเต้าหู้กรอบที่ไม่ผ่านการทอด

6. เทรนด์ด้านความงาม (Beauty trend)
การยอมรับความแตกต่างของแต่ละบุคคล (Freckles)
Tumblr และโซเชียลมีเดียต่างสนับสนุนให้ผู้บริโภครุ่นใหม่ชื่นชมในปัจเจกนิยมของตนเอง อาทิ ความงามของคนผมแดง (redheads) หรือมีกระ ที่เมื่อก่อนดูเป็นเรื่องน่าอาย แต่ปัจจุบันได้รับแรงผลักดันในทางบวกว่าเป็น ความสวยงามตามธรรมชาติ ทั้งในแวดวงการถ่ายภาพและการเดินแบบ

สำหรับในเมืองไทยนั้น จะเป็นเรื่องของการยอมรับในตัวตนที่แตกต่าง ไม่ต้องสวยขาวเกาหลี  แต่ถ่ายถอดความเป็นตัวของตัวเองออกมาจนเป็นที่ยอมรับในโลกโซเชียลในเมืองไทย ตัวอย่างได้แก่
-ม๊าเดี่ยว – อภิเษฐ์ เอติรัตนะ : Net Idol จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สร้างสรรค์แฟชั่นจากของพื้นบ้าน ที่หาได้ในท้องถิ่น แต่ถ่ายทอดออกมาให้เป็นงานแฟชั่นที่ลงตัวด้วยองค์ประกอบ และการจัดวางอันเป็นเอกลักษณ์
-นินิว เพชรด่านแก้ว : สาวประเภทสองอารมณ์ดีจากราชบุรีที่โด่งดังจากการเล่าเรื่องราวสุดตลกผ่านคลิปที่เธออัดขึ้นเองลงโซเชียลมีเดีย
-มะเฟือง : เด็กมัธยมปลายผู้รังสรรค์ทำคลิปสั้นเรียกเสียงฮาจนมีคนดูคลิปเธอผ่าน Vine กว่า 6 ล้านครั้ง
-เคธี่ – ณัฐิยา ยศรุ่งเรือง : โด่งดังสุดๆ จากการพากย์เสียงเลียนแบบที่เรียกเสียงฮาสนั่นโลกโซเชี่ยล

7. เทรนด์ร้านค้า (Retail trend)
แหล่งรวมแบรนด์ Startup (Startup Stores)

หลากหลายแบรนด์ยอมแบ่งพื้นที่ในร้านของตัวเองเพื่อให้แบรนด์ Startup ได้ลองวางขายสินค้า เพื่อเป็น การเชื่อมโยงถึงนวัตกรรม อีกทั้งดึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เข้าร้านอีกด้วย
เทรนด์นี้เป็นที่น่าสนใจเนื่องจากคนจำนวนมากขึ้นมีธุรกิจของตนเอง อาทิ ในสหราชอาณาจักร ผู้บริโภคในทุกกลุ่มอายุกำลังผันตัวเองเป็นผู้ประกอบการ โดยในปี 2016 คาดว่าจะมีผู้ประกอบการธุรกิจใหม่กว่า 600,000 ราย โดยเพิ่มอย่างก้าวกระโดดจากปี 2011 ที่มีเพียง 440,600 ราย คนรุ่นใหม่อายุน้อยกว่า 30 จำนวนมากถึง 1 ใน 4 ทำธุรกิจของตนเอง ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลในสหรัฐอเมริกาที่ตัวเลขการทำธุรกิจของตนเองของคนอายุมากกว่า 50 เพิ่มสูงขึ้น

ในเมืองไทยเองก็เช่นกัน ผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มอายุต่างหาช่องทางในการทำธุรกิจของตัวเอง และหนึ่งในเทรนด์ของธุรกิจในปัจจุบันคือศูนย์รวมร้าน Startup อย่าง The Selected ที่สยามเซ็นเตอร์ หรือร้านรวมของมือสองที่คัดเลือกมาแล้วอย่างดี อาทิร้าน (Un) Fashion นอกจากนี้ เมื่อธุรกิจได้ขยายตัวขึ้นจนกลายเป็นอาณาจักรจนต้องมีการให้บริการส่งของที่ต้องคำนึงถึงการสร้างความไว้วางใจจากลูกค้าให้เกิดขึ้น ธุรกิจ SME มากมายต่างซื้อใจลูกค้าด้วยความมั่นใจและความสะดวกสบายในการจัดส่งสินค้าถึงมืออย่างรวดเร็วด้วยการบริการของ แมสเซนเจอร์ส่งของรูปแบบใหม่ๆ อย่าง Grab Bike หรือ ATT Bangkok ที่ให้บริการฝาก – รับของตามเส้นให้บริการของ BTS

8. เทรนด์ด้านสุขภาพ (Health trend):
การทำงานที่เน้นการดูแลสุขภาพของพนักงาน (Work wellness)
บริษัทต่างๆ พยายามเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พนักงานด้วยการจัดหาเครื่องออกกำลังกายและกิจกรรมสันทนาการต่างๆ มาไว้ในบริษัท  หลายๆ บริษัทได้นำเสนอเรื่องโปรแกรมดูแลสุขภาพสำหรับพนักงานเพื่อดึงคนที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงาน  โดยโปรแกรมนี้ได้ช่วยบำรุงขวัญกำลังใจของพนักงานและช่วยเพิ่มกำไรให้กับบริษัทด้วย จากผลวิจัย The World Economic Forum พบว่า การลงทุนทางด้านการดูแลสุขภาพของพนักงานเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 4 ดอลลาร์สหรัฐฯ
แบรนด์เครื่องออกกำลังกายชื่อดังในประเทศอิตาลีได้สร้างสรรค์ต้นแบบ (blueprint) ของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพภายในองค์กรไว้ที่ Wellness Campus ซึ่งประกอบด้วยยิมที่มี 2 ชั้น, ลู่วิ่ง, คลาสเรียนฟรี, มื้อ กลางวันที่ขยายเวลาให้นานขึ้น, พื้นที่สำหรับประชุมที่ปราศจากเก้าอี้ และอาหารท้องถิ่น  นอกจากการสร้างอุปกรณ์ออกกำลังแล้ว บริษัทยังมีบริการให้คำปรึกษา



สำหรับในประเทศไทย ตัวอย่างบริษัทที่มีแนวคิดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของพนักงาน และจัดให้มีฟิตเนสภายในองค์กร มีดังนี้:
– GMM Grammy มีฟิตเนสสำหรับศิลปินและพนักงาน
– CP มี “CPF Fitness Center”
– Google Thailand
– AIS มีมุม “Chill Out Zone”
– Thai PBS
– Ichitan

9. เทรนด์ด้านไลฟ์สไตล์ (Lifestyle trend):
การเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัย (Stimulated adulthood)
เด็กๆ ในยุคนี้มีโอกาสที่จะถูกกระตุ้นให้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก่อนวัย ปัจจุบันมีกิจกรรมต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ชีวิตและการทำงานแบบผู้ใหญ่ อาทิ การเข้าแคมป์การเรียนรู้เพื่อเก็บสะสมเป็นโปรไฟล์ในอนาคต และการเข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการเพื่อความสนุกสนาน  โดยหากเด็กในยุคเจเนอเรชั่นซีแสดงออกถึงความอยากเป็นผู้ใหญ่เร็วเกินไป อาจมีแนวโน้มว่าเด็กในยุคถัดไปจะยิ่งโตเร็วกว่าเด็กในยุคนี้ ในสหราชอาณาจักร เด็กๆ ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอผ่านสถานที่ต่างๆ อาทิ Pinewood Studios และ Dreamcatcher Media  หรือ สวนสนุก KidZania ได้จำลองสถานการณ์การทำงานของผู้ใหญ่ให้เด็กๆ ได้ลองสัมผัส โดยจะได้รับเครดิตตอบแทนซึ่งสามารถนำไปซื้อของต่างๆ ในสวนสนุก  อีกทั้ง สวนสนุก KidZania ในเมืองดูไบ ยังได้ท้าทายความสามารถของเด็กๆ ผ่านการประกวดแบบเรียลลิตี้โชว์ชื่อ Zurvivor โดยถ่ายทอดเป็นหลากหลายตอน เกี่ยวกับความท้าทายในการแก้ไขปัญหาด้านร่างกายและจิตใจ

ในขณะที่เมืองไทย มีการจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ทดลองใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่เช่นกัน อาทิ
สวนสนุก KidZania ในกรุงเทพฯ ได้จำลองศูนย์บริการดูแลรถยนต์ เพื่อให้เด็กๆ ได้ทดลองตรวจสภาพน้ำมันรถและล้อรถ รวมถึงเรียนรู้ด้านการให้บริการด้านเครื่องยนต์


โครงการ Root Garden ได้ปรับโฉมที่ดินเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสร้างสรรค์พื้นที่ให้เหมาะต่อการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การเล่นดนตรี, การแสดงต่างๆ รวมถึงการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ฯลฯ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ปกครองสามารถพาลูกหลานมาเที่ยวเล่นเพื่อร่วมทำกิจกรรมและปลูกผักออร์แกนิก
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดคาราวานทัวร์สำหรับเด็ก โดยให้เด็กๆ ได้ทดลองเป็นนักล่าไดโนเสาร์ หรือ นักบรรพชีวินวิทยาน้อย ซึ่งจะได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงกับทีมวิทยากรมืออาชีพในบรรยากาศแวดล้อมของพิพิธภัณฑ์สิรินธร ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งสำคัญของประเทศไทย

10. เทรนด์ด้านความหรูหรา (Luxury trend):
ประสบการณ์การทานอาหารแบบตื่นเต้นท้าทาย (Extreme dining)
ประสบการณ์การทานอาหารแบบใหม่ล่าสุดที่ตั้งใจเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีฐานะ คือ การทานอาหารในรูปแบบที่แปลกใหม่ตื่นเต้นท้าทาย โดยเน้นการเข้าถึงพื้นที่ที่ห่างไกล หายาก และการจัดรูปแบบร้านที่เหมือนกับโรงละครเพื่อให้สัมผัสได้ถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
ซีรียส์สารคดีที่เป็นที่นิยมของเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ชื่อ Chef’s Table ได้แนะนำผู้ชมเกี่ยวกับครัวขนาดใหญ่ของ ฟรานซิส มอลแมน (Francis Mallmann) ซึ่งเขาเป็นผู้ที่ทำอาหารจำนวนมากที่สุดของปีบนเกาะแห่งหนึ่งในทะเลสาบที่พาตาโกเนีย (Patagonia) โดยรูปแบบการทำอาหารของเขาจะใช้ส่วนผสมดั้งเดิมในท้องถิ่นด้วยวิธีการย่างให้ไหม้เพื่อให้เป็นเครื่องเคียงที่มีความเข้ากันกับทิวทัศน์รอบๆ ที่ดูขรุขระและท้าทาย

ตัวอย่างอื่นๆ ก็ได้แก่ร้านอาหารกลางแจ้งแห่งแรกบนลานน้ำแข็งในประเทศแคนาดา ร้านอาหารบนยอดเขาที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หรือรีสอร์ทในมัลดีฟส์ที่นำเสนอร้านอาหารในบ้านต้นไม้ที่มีลักษณะแบบ “รังนก”  โดยแขกผู้มาเยือนจะได้สัมผัสป่า และสนุกกับการปีนป่ายบันไดเวียน  (spiral staircases) ที่สูงถึง 20 ฟุตเพื่อเข้าไปทานอาหารบนต้นไทรแบบเปิดโล่ง

สำหรับในประเทศไทยก็มีบางโรงแรมและร้านอาหารที่มอบประสบการณ์การทานอาหารที่ตื่นเต้นและท้าทายเพื่อเป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นกัน อาทิ


– Soneva Kiri Resort & Residences บนเกาะกูด นำเสนอประสบการณ์การทานอาหารในบ้านรังนกบนต้นไม้สูง และประสบการณ์การทานอาหารท่ามกลางน้ำตกในป่าลึกให้แก่แขกที่มา
– โรงแรม Six Senses Samui มีร้านอาหาร “Dining on the rocks” ที่มอบประสบการณ์การทานอาหารบนอาคารดีไซน์เปิดโล่งที่สร้างอยู่บนโขดหินริมผาเห็นวิวทะเล
– โรงแรม Keemala Hotel จ.ภูเก็ต นำเสนอประสบการณ์การทานอาหารท่ามกลางป่าฝน


ประสบการณ์การทานอาหารที่ออกแบบตามความต้องการพิเศษของลูกค้า (Hyper-personalized dining experiences)
เทรนด์นำเสนอประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบมีระดับได้มีการพัฒนาให้พิถีพิถันมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของอาหาร บรรดาพ่อครัวจึงต้องปรับกลวิธีในการเอาชนะใจลูกค้าโดยการเติมแต่งรายละเอียดของแต่ละจานให้มีความเฉพาะตัวเพื่อให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย เพื่อสร้างประสบการณ์การทานอาหารที่น่าประทับใจยิ่งขึ้น

ร้านอาหารที่อยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งในเกาะโฮโนลูลู (Honolulu) มีพ่อครัวที่คอยโทรหาแขกหนึ่งสัปดาห์ล่วงหน้าเพื่อพูดคุยและจัดเตรียมมื้ออาหารตามความต้องการของแขกแต่ละคน หรือร้านอาหาร Fat Duck ในประเทศอังกฤษที่ให้บริการเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการส่วนตัวของลูกค้า โดยทางร้านจะขอให้ลูกค้ากรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวขณะสำรองที่นั่ง เพื่อให้ทางร้านได้เก็บบันทึกประวัติและรสนิยมการทานอาหาร เพื่อสามารถสร้างสรรค์เมนูตามที่ลูกค้าต้องการและมอบประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใครให้แก่ลูกค้า

สำหรับในประเทศไทย ผู้ประกอบการหลายแห่งได้หันมาให้ความสำคัญต่อการสร้างประสบการณ์การทานอาหารที่ออกแบบตามความต้องการพิเศษของลูกค้า ได้แก่
-การบินไทย มอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้โดยสารชั้นหนึ่ง โดยการโทรสอบถามผู้โดยสารก่อนวันออกเดินทางว่าต้องการรับอาหารประเภทใดบนเครื่อง
-วิลล่าอแมนซี่ (Villa Amanzi) จังหวัดภูเก็ต ให้บริการแขกที่มาพักด้วยการจัดเชฟส่วนตัวสำหรับปรุงอาหารตามความพึงพอใจของแขกหรือตามที่แขกได้ขอมา
-ร้านซูชิ อิจิ (Sushi Ichi) นำเสนอซูชิจานพิเศษที่ออกแบบตามความต้องการของผู้มารับประทาน
-ร้านเทธเอเนส์ (Tête et Nez) ตามชื่อร้านซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสมีความหมายว่า “หัวและจมูก” และทางร้านใช้ “กลิ่น” เพื่อช่วยสร้างมิติของการทานอาหาร โดยผู้เชี่ยวชาญจะสกัดกลิ่นต่างๆ จากธรรมชาติและผสมขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อให้ได้กลิ่นใหม่ที่มีความเฉพาะและเข้ากับอาหารแต่ละจาน

เทรนด์ทุกเรื่องล้วนมีความน่าสนใจ แต่ไฮไลท์สำหรับประเทศไทยที่น่าจับตามอง  คือ  เรื่อง Sportspitality เป็นประเด็นเรื่องสุขภาพที่ใครๆก็ต้องการในระยะยาว, Global Ageless Society จำนวนของผู้สูงวัยที่มากขึ้นทั่วโลกและมีกำลังซื้อสูง  ซึ่งในตลาดยังมีแบรนด์ที่เข้าไปจับกลุ่มนี้ยังมีไม่มากนัก

“การนำเทรนด์ไปใช้ต้องรู้จักการนำมาประยุกต์   เนื่องจากกระแสบางอย่างอาจจะดูธรรมดาและเหมือนไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่หากเราเปรียบมันเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร แม้กระทั่งเครื่องปรุงปริมาณเล็กน้อยก็มีส่วนสร้างรสชาติและเรื่องราวใหม่ๆ ได้   และยิ่งถ้าเรานำเทรนด์ดังกล่าวไปปรุงร่วมกับเทรนด์อื่นๆ เราอาจจะได้รสชาติชิ้นงานการสื่อสาร หรือ Product Solutions ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้นวัตกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนใจและช่วยแก้ไขปัญหาที่มีอยู่แล้วในตลาด ได้รสชาติตรงปากตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น และนั่นเอง คือเสน่ห์ของ Future 100 ที่ดึงเครื่องปรุงต่างๆ ที่อยู่ในกระแสมานำเสนอให้เราได้เลือกเล่น เลือกดู และเลือกใช้ไปตลอดปี 2016 นี้”

ข้อมูลจาก Brandbuffet



Tickets.co.th จองตั๋วรถทัวร์ และเรือเฟอร์รี่ออนไลน์ที่ง่าย และคุ้มค่าที่สุด